เพิ่มหัวข้อใหม่
สั่งพิมพ์

การออกแบบไฟฟ้าแสงสว่างภายในบ้าน

การออกแบบไฟฟ้าแสงสว่างภายในบ้าน

 การกำหนดแสงสว่างเพื่อการมองเห็นและการใช้สอย ความหมายต่อมาคือ แสงสว่างเพื่อการตกแต่งให้เกิดบรรยากาศและความสวยงาม ทั้งสองความหมายนี้ คือหัวใจสำคัญของการกำหนดแสงสว่างสำหรับบ้าน แนวความคิดหลักในการกำหนดแสงสว่างกับตัวบ้าน แบ่งได้ 3 ประเด็นใหญ่ คือ    

1. ระบบสายไฟฟ้าจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้าน
คือ ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงและไฟฟ้าภูมิภาคที่เดิน สายมายังเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน จากนั้นเราก็ดึงไฟฟ้านั้นเข้ามาใช้ภายในบ้าน โดยผ่านเครื่องวัด (การใช้) กระแสไฟฟ้า ซึ่งเข้าใจกันง่ายๆว่า "มิเตอร์"

2. ระบบสายไฟฟ้าภายในบ้าน
ตามปกติหากเป็นบ้าน ตั้งแต่สองชั้นขึ้นไป เรามักจะเดินระบบสายไฟแยก เป็นแต่ละชั้น และแต่ละชั้นนั้นจะมีแผงควบคุมวงจรไฟฟ้า

3. ระบบไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้าสำหรับใช้สอย 
คือดวง โคม หลอดไฟ ปลั๊กไฟฟ้า และสวิตช์เปิด-ปิดไฟ ฟ้า นอกจากนี้ ยังรวมถึงระบบสายโทรศัพท์ โทรทัศน์ สัญญาณดาวเทียม ระบบการติดต่อภายใน (INTER-COM)

     ในการกำหนดขั้นต้นเราจะใช้ความสว่างปกติสำหรับห้องทั่วไป และเพิ่มความสว่างเฉพาะจุดที่จะใช้งาน เช่น ในห้องทำงานเราจะมีไฟโคมไฟโป๊ะส่องในพื้นที่ (โต๊ะ) ที่ทำงาน ในห้องที่ต้องการโชว์ของตกแต่งหรือช่องทางเดิน เราก็ใช้ไฟส่องให้เด่นขึ้น ในห้องน้ำก็ใช้ไฟปกติ และเพิ่มเฉพาะบริเวณกระจกเงา ความต้องการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพของกิจกรรม ซึ่งพอจะแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ

1. แสงสว่างปกติ ใช้กับห้องทั่วไป
แสงสว่างที่ใช้ ปกตินั้นถ้าคิดจากพื้นที่ห้อง 9 - 12 ตารางเมตร เราจะใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ขนาด 20 วัตต์ 1 ดวง ถ้าเป็นหลอดอินแคนเดสเซนต์ (หลอดกลมไฟสีชา) จะใช้อย่างน้อย 40 วัตต์และขนาด 60 วัตต์เป็นขนาดปกติ ถ้าห้องใหญ่กว่านี้ก็จะใช้หลอดมากขึ้น ตามรูปร่างของห้อง

2. แสงสว่างพิเศษ
หากมีบริเวณที่ต้องการเน้นเป็น พิเศษก็ใช้ไฟแสงสว่างเพิ่มตรงนั้น เช่นเดียวกับห้องที่ต้องใช้ไฟมาก เช่น ห้องทำงาน ห้องทำงานฝีมือ ห้องหรือบริเวณที่ต้องการเน้นบรรยากาศของตกแต่ง ใช้ไฟส่องในบริเวณที่ต้องการ หรือเพิ่มไฟแสงสว่างจากปกติทำให้ห้องนั้นสว่างขึ้น แต่ห้องทำงาน การใช้ไฟโป๊ะ หรือไฟส่องตรงจากเพดานลงบริเวณโต๊ะทำงาน จะช่วยให้ได้แสงเฉพาะที่ต้องการ และดูเป็นสัดส่วน ไฟส่องสว่างที่ใช้นั้นมักใช้ไฟหลอดอินแคนเดสเซนต์ มีความสว่างตั้งแต่ 25-40 วัตต์ แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดสามารถใช้ได้ถึง 60 วัตต์ แต่ก็ควรคำนึงถึงความร้อน จากหลอดด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดแสงสว่างแบบใด เรามีวิธีติดตั้งดวงโคม และหลอดไฟได้หลายวิธี เพื่อความสวยงาม เพื่อบรรยากาศ เพื่อพรางลำแสง โดยการติดตั้งที่เพดาน ที่ผนัง ด้วยการใช้หลอดประเภทต่างๆ หรือการพรางหลอดไฟ วิธีการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบที่เหมาะกับความต้องการนั้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Rasa Property Development

TOP

เพิ่มหัวข้อใหม่